alert-erroralert-infoalert-successalert-warningbroken-imagecheckmarkcontact-emailcontact-phonecustomizationforbiddenlockedpersonalisation-flagpersonalizationrating-activerating-inactivesize-guidetooltipusp-checkmarkIcons/Communication/USP/Cash-deliveryIcons/Communication/USP/Delivery-eveningIcons/Communication/USP/Delivery-same-dayIcons/Communication/USP/Delivery-storeusp-deliveryIcons/Communication/USP/Exchangeusp-free-returnsIcons/Communication/USP/Gift-cardIcons/Communication/USP/KlarnaIcons/Communication/USP/Salearrow-backarrow-downarrow-left-longarrow-leftarrow-right-longarrow-rightarrow-upbag-activebag-inactivecalendar-activecalendar-inactivechatcheckbox-checkmarkcheckmark-fullclipboardclosecross-smalldownloaddropdowneditexpandhamburgerhide-activehide-inactivelocate-targetlockminusnotification-activenotification-inactivepause-shadowpausepin-smallpinplay-shadowplayplusprofilereloadsearchsharewishlist-activewishlist-inactivezoom-outzoomfacebookgoogleinstagram-filledinstagrammessenger-blackmessenger-colorpinterestruntastictwittervkwhatsappyahooyoutube
adidas
adidas / June 2019

พลาสติก ตัวการคร่าชีวิตสัตว์ทะเล

ท้องทะเลเต็มไปด้วยพลาสติก โลกของเรากำลังถูกทำลาย เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

ไม่ว่าจะมองไปที่ไหน คุณก็จะเห็นพลาสติกอยู่ทุกที่ พลาสติกอยู่ในบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ของเล่น บัตรเครดิต และแม้แต่เครื่องแต่งกาย พลาสติกยังเข้าไปอยู่ในทุกที่ที่คุณมองไม่เห็น มีการพบขยะถูกทิ้งอยู่บนชายหาดที่ตั้งห่างออกไป 3,000 ไมล์ (4,828 กม.) จากชุมชนที่มีมนุษย์อยู่อาศัย ส่งผลให้แพลงก์ตอนที่ผลิตออกซิเจนให้กับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำถูกทำลาย และยังเข้าไปติดในหลอดอาหารของนกทะเลที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก พลาสติกยังสามารถเข้าไปอยู่ในร่างกาย ระบบไหลเวียนโลหิต อวัยวะภายในของคุณ และแม้แต่คนที่คุณรัก

เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าวัสดุที่มีอายุการใช้งานเกือบศตวรรษจะกลายมาเป็นตัวสร้างมลพิษให้กับโลกของเรา และสถานที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดก็หนีไม่พ้นจุดจบของขยะพลาสติกเกือบทั้งหมด นั่นก็คือมหาสมุทรนั่นเอง พลาสติกกำลังทำลายแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของเรา ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ในขณะที่โลกที่ไม่มีพลาสติกอยู่เลยอาจฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่หากเรายังอยู่บนโลกที่มีการใช้พลาสติกต่อไปเรื่อย ๆ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการเดินสู่หายนะ หากเราต้องการปกป้องมหาสมุทรและตัวของเราเอง ถึงเวลาแล้วที่จะมาหาสาเหตุว่าเราตกอยู่ในสถาณการณ์ลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร เพื่อหาหนทางในการแก้ไขวิกฤติมลภาวะจากขยะพลาสติกที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนที่เราทั้งหมดจะจมอยู่ใต้กองขยะ


ความเป็นมาโดยย่อของพลาสติก

มีการค้นพบพลาสติกตามธรรมชาติมานานนับศตวรรษ แต่ต้นกำเนิดของพลาสติกสมัยใหม่ที่ผลิตโดยมนุษย์ตามความเข้าใจของเรานั้นต้องย้อนกลับไปยังการผลิตเบคิไลต์เมื่อปี ค.ศ. 1907 ระหว่างปี 1920 และ 1930 พลาสติกกลายเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในการผลิต PVC (โพลีไวนิลคลอไรด์) และโพลิสไตรีน โดยทางผู้ผลิตและผู้ใช้ทั่วไปมองเห็นถึงข้อดีของพลาสติกเพราะมีน้ำหนักเบา ราคาถูก แข็งแรงและมีคุณสมบัติหลากหลาย พลาสติกจึงกลายเป็นวัสดุที่นิยมนำมาใช้ในการผลิตเครื่องอุปโภคเกือบทุกชนิดรอบตัวเท่าที่คุณจะนึกออก แต่ก่อนที่เราจะรู้ตัว เราสั่งเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาในแก้วพลาสติกพร้อมกับหลอดพลาสติก และบรรจุลงในถุงพลาสติกอีกที หลังจากนั้น 20 นาทีที่เราดื่มเครื่องดื่มจนหมด พลาสติกก็ถูกทิ้งกลายเป็นขยะ ทุกวันนี้ยังมีการนำพลาสติกใหม่กว่า 300 ล้านตันมาใช้ในการผลิตทั่วโลกเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้ในปัจจุบันมีขยะพลาสติกหลายตันถูกทิ้งอยู่บนโลกด้วยน้ำมือของเราทุกคน นั่นหมายความว่าพลาสติกไม่ได้เป็นเพียงแค่วัสดุที่สร้างเม็ดเงินนับล้านล้านดอลลาร์ แต่ยังสร้างมลภาวะนับล้านล้านตันให้กับโลกอีกด้วย

parley-xcat-fw19-editorial-the-oceans-death-by-plastic-image-01


ถูกโยนทิ้ง ปลิวไปตามแรงลม หรือซัดหายไปตามสายน้ำ ขยะพลาสติกทั้งหมดไปอยู่ที่ไหน

พลาสติกมีข้อเสียข้อใหญ่ คือมันไม่สามารถย่อยสลายได้เหมือนกับอินทรียวัตถุ พลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่จะแตกหักเป็นชิ้น ๆ ในขนาดที่เล็กลงเรื่อย ๆ ดังนั้นพลาสติกเกือบทุกชิ้นที่ผลิตขึ้นมาจะยังคงอยู่กับเราในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพลาสติกทั้งหมด หากมันไม่มีประโยชน์อะไรกับเราอีกต่อไป เราพยายามคิดว่าถ้าอย่างนั้นก็ควรรีไซเคิลพลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีพลาสติกไม่ถึง 10% ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ พลาสติกที่เหลือจะไปลงเอยอยู่ในถังขยะ ปะปนไปกับขยะทั่วไป บ้างก็ไปอยู่ในเตาเผาขยะหรือไม่ก็หลุมฝังกลบ หรือแม้แต่ถูกลมพัดปลิวมาตกบนถนนหน้าบ้านของเรา พลาสติกยังสามารถไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ต้องถูกพัดพาออกสู่ทะเล

ในประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงต่ำทั่วโลก มีวิธีจัดการกับขยะพลาสติกส่วนใหญ่ที่ดูเหมือนจะยิ่งทำลายสิ่งแวดล้อมของเรามากขึ้นไปอีก ประเทศเหล่านั้นมีความตระหนักถึงมลภาวะจากขยะพลาสติกน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เนื่องจากขาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการจัดการขยะ ขาดความรู้ หรืออาจจะเป็นเพียงเพราะว่ามีสถานการณ์อื่นที่น่าเป็นห่วงมากกว่า ทั้งหมดทั้งปวงนี้ หากเราไม่รู้ว่าอาหารมื้อต่อไปของคุณมาจากไหน นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องขยะพลาสติกอย่างจริงจัง พลาสติกจะปะปนไปกับแหล่งน้ำง่ายยิ่งขึ้น แล้วเมื่อไหร่ที่พลาสติกลงไปอยู่ในแหล่งน้ำ ความเสียหายอันน่าสะพรึงจะเกิดขึ้น

parley-xcat-fw19-editorial-the-oceans-death-by-plastic-image-02


มหาสมุทรกำลังจมอยู่ใต้พลาสติก

ทุกนาทีในแต่ละวันเราได้ทิ้งขยะพลาสติกปริมาณเทียบเท่ากับรถบรรทุกหนึ่งคันลงสู่มหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่าภายในปี ค.ศ. 2048 จะมีปริมาณพลาสติกมากกว่าปลาในมหาสมุทร หากเรายังไม่หยุดสร้างมลพิษ

พลาสติกจำนวนไม่น้อยสลายตัวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและถูกกระแสน้ำและลมมหาสมุทรพัดพาห่างออกไปจากชายฝั่ง เข้าสู่ใจกลางมหาสมุทร ที่นั่นพลาสติกจะถูกพัดพาไปรวมกันจนกลายเป็นเหมือนซุปพลาสติกเข้มข้นซึ่งเรียกบริเวณนั้นว่า "วงแหวนแพขยะ" แพขยะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่าแพขยะใหญ่แปซิฟิก (The Great Pacific Garbage Patch) ซึ่งประกอบขึ้นจากขยะพลาสติกนับล้าน ๆ ชิ้นที่ลอยมารวมกันจนมีขนาดใหญ่กว่าประเทศฝรั่งเศสถึงสามเท่า บางครั้งแพขยะก็อาจจะคายพลาสติกออกมา ทิ้งขวดแชมพู แปรงสีฟัน และถุงพลาสติกให้ถูกพัดพาเข้าสู่ชายฝั่งของเกาะที่ไม่มีคนอยู่อาศัย และตั้งอยู่ห่างออกไปนับพันไมล์จากชุมชนที่ใกล้ที่สุด พลาสติกส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่บนผิวน้ำ แต่จะแขวนลอยอยู่ใต้เกลียวคลื่น มีการสำรวจพบอนุภาคของพลาสติกปะปนอยู่กับตะกอนใต้ท้องทะเลลึกลงไป 5,000 เมตร แม้แต่ในจุดที่ลึกที่สุดของโลกอย่างร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา ที่ลึกลงไปจากผิวน้ำ 10 กม. ก็ยังพบถุงพลาสติกจมอยู่ที่นั่น

และไม่ว่าจะพบพลาสติกอยู่ที่ไหนก็ตามในท้องทะเล ขยะพลาสติกก็ยังคงสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้น้ำ พลาสติกชิ้นใหญ่ ๆ อย่างอวนจับปลาและเชือกล้วนเป็นวัสดุที่มักมีสัตว์ต่าง ๆ เข้าไปติด พันรัดรอบส่วนหัว ปาก หรือครีบของสัตว์เหล่านั้น จากการสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่ามีสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนหนึ่งในสามสายพันธุ์เข้าไปติดอยู่ในห่วงพลาสติกเหล่านี้ พร้อมกับพบพลาสติกในท้องของสัตว์น้ำใต้ทะเลกว่า 230 สายพันธุ์ จากกรณีเหล่านี้ บ่อยครั้งที่สัตว์น้ำไม่สามารถย่อยพลาสติกเป็นอาหารได้ แต่สุดท้ายพลาสติกก็ถูกกินเข้าไปจนเต็มท้อง จนทำให้สัตว์น้ำต้องอดอาหารตายอย่างช้า ๆ

ที่ใต้น้ำ แสงยูวีและการกัดกร่อนจะเร่งปฏิกิริยาให้พลาสติกเสื่อมสลายจนมีขนาดเล็กลงเร็วยิ่งขึ้น ไมโครพลาสติกเหล่านี้มีขนาดแตกต่างกันออกไป โดยจะมีขนาดตั้งแต่เท่าเมล็ดข้าวไปจนถึงชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กในระดับไมโคร เมื่อสัตว์ทะเลน้อยใหญ่กินเข้าไป ไมโครพลาสติกจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารแล้วผ่านไปสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะทำให้สัตว์น้ำขยายพันธุ์น้อยลง สร้างความเสียหายต่ออวัยวะภายใน หรือตายในที่สุด และอะไรก็ตามที่เป็นพิษต่อสัตว์ทะเล อีกไม่นานก็อาจเป็นพิษกับเราเช่นกัน เพราะมีการสำรวจพบว่าหนึ่งในสามของปลาในช่องแคบอังกฤษมีไมโครพลาสติกปนอยู่ในระบบไหลเวียนโลหิต และมีการคำนวณว่าชาวยุโรปที่รับประทานหอยแมลงภู่จะได้รับไมโครพลาสติกปนเปื้อนเข้าไปกว่า 6,400 ชิ้นทุกปี ขณะที่เรายังไม่รู้ถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้นจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนพลาสติกเข้าไป แต่เรารู้ว่าทั้งหมดนี้คือความรับผิดชอบของเราทุกคน แต่ข่าวดีก็คือเรายังมีกุญแจสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าอยู่ในมือ


การต่อสู้กับพลาสติก

ในที่สุดทั่วโลกก็ตื่นตัวกับความรุนแรงของปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีบริษัท องค์กร และหน่วยงานภาครัฐจำนวนเพิ่มขึ้นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และหาหนทางในการจัดการแก้ไขปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติก

วิธีหนึ่งในการรับมือกับเรื่องนี้คือการห้ามใช้พลาสติกโดยสิ้นเชิง โดยเมืองซานฟรานซิสโกได้เริ่มใช้วิธีนี้ตั้งแต่ปี 2014 โดยห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายถุงและขวดน้ำพลาสติกในบริเวณอาคารและพื้นที่ที่อยู่ใต้ความดูแลของเมืองนี้ และยังมีชุมชนและประเทศอื่น ๆ ได้นำเอาวิธีนี้ไปใช้ ในประเทศเคนยา ศาลจะปรับคุณเป็นเงินถึง 38,000 ดอลลาร์ หากพบว่ามีการจำหน่ายถุงพลาสติกเกิดขึ้น ขณะเดียวกันทางรัฐบาลของประเทศวานูอาตูซึ่งตั้งอยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ผ่านร่างกฏหมายที่จะยุติการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทั้งหมด

ยังมีอีกหลายวิธีที่ใช้การสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกขึ้นมาใหม่ ตัวอย่างเช่น หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตของเล่นที่ใหญ่ที่สุดของโลกให้งบประมาณกว่า 150 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนาพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable) จากพืช โดยได้นำอ้อยมาผลิตเป็นพลาสติก ก่อนนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และออกวางจำหน่ายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว

อีกทั้งยังมีความพยายามจะผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถจัดการกับพลาสติกในมหาสมุทรได้เป็นบริเวณกว้าง แต่เนื่องจากเป็นวิธีที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ นักวิเคราะห์เสนอว่าถึงแม้แผนการเหล่านี้จะสามารถใช้งานได้จริง แต่หากเรายังทิ้งพลาสติกลงในแหล่งน้ำในระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการดูดฝุ่นท่ามกลางพายุทราย ไม่ว่าคุณจะกำจัดพลาสติกไปได้มากเท่าไหร่ หากไม่ช่วยกันแก้ไข วิธีการไหนก็คงช่วยยุติปัญหานี้ไม่ได้

แต่เรายังมีทางเลือกที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง นั่นคือการรณรงค์เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวในกลุ่มคนทั่วไป อย่างการประท้วงเรื่องโลกร้อนของนักเรียนหญิงชาวสวีเดนชื่อว่า Greta Thunberg ที่พิสูจน์ตัวเองต่อหน้าสาธารณะชนถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชนต้องการมีส่วนในการตัดสินใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโลกในอนาคตของพวกเขา พวกเขาได้แสดงถึงความมุ่งมั่นเพื่อรวบรวมผู้คน และลงมือปฏิบัติเพื่อช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นโดยเร็วตามที่หวังไว้

การเริ่มต้นลงมือปฏิบัติภารกิจเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงน้ำหยดเดียวท่ามกลางทะเลขยะพลาสติก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละวิธีล้วนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ และผลักดันให้คนอีกมากมายลุกขึ้นมาต่อสู้กับมลภาวะจากขยะพลาสติก และยิ่งมีความร่วมมือมากเท่าไร โลกของเราก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น

parley-xcat-fw19-editorial-the-oceans-death-by-plastic-image-03


อาดิดาส ปะทะ พลาสติก

อาดิดาสเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นในพลังของแบรนด์ต่าง ๆ ในการส่งเสริมและลงมือปฏิบัติเพื่อรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เราพบวิธีในการลดฟุตปรินต์ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ ด้วยการทำงานร่วมกับองค์กรสิ่งแวดล้อมอย่าง Parley for the Oceans เราได้เริ่มสร้างความท้าทายโดยการนำเอาขยะพลาสติกจากทะเลมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต จนกลายมาเป็นรองเท้าต้นแบบคู่แรกที่เปิดตัวในการประชุมสหประชาชาติในนิวยอร์กเมื่อปี 2015 ซึ่งเราได้รวบรวมขยะพลาสติกในท้องทะเลและอวนจับปลาน้ำลึกผิดกฏหมายมารีไซเคิล พัฒนาเป็นเส้นด้ายเพื่อนำมาถักทอเป็นอัปเปอร์ของรองเท้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราได้พัฒนาเครื่องแต่งกายและรองเท้าที่ผลิตจากขยะพลาสติกที่รวบรวมมาจากเกาะ ชายหาด และชุมชนชายทะเลต่าง ๆ จากทั่วโลก Parley และเครือข่ายในการทำความสะอาดทั่วโลกจะเป็นผู้รวบรวมพลาสติก ก่อนที่จะนำมาทำความสะอาดและเข้าสู่ขั้นตอนการทำให้เป็นเส้นด้ายที่สามารถนำไปผลิตเป็นรองเท้า ชุดออกกำลังกายประสิทธิภาพสูง และเครื่องแต่งกายอื่น ๆ นับตั้งแต่รองเท้า adidas x Parley รุ่นแรกออกสู่ตลาดในปี 2016 เราได้ผลิตรองเท้าที่ตัดเย็บจากขยะพลาสติกในทะเลไปแล้วกว่าห้าล้านคู่ และเราวางแผนที่จะเพิ่มยอดการผลิตเป็น 11 ล้านคู่ภายในปี 2019 ซึ่งนับเป็นขยะพลาสติกจำนวนถึง 2810 ตันที่ได้รับการป้องกันไม่ให้ไหลลงไปทำลายมหาสมุทรของเรา ในอนาคตเรามุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่ไม่มีการใช้พลาสติกโดยสิ้นเชิง เรากำลังค้นหาวัสดุใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้แทนพลาสติก และมุ่งมั่นที่จะยุติการใช้โพลีเอสเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ในผลิตภัณฑ์ทุกประเภทของเรา (เมื่อมีวัสดุทางเลือกอื่น) ภายในปี 2024 อีกทั้งเรายังได้ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกที่ร้านค้าของเรา ยกเลิกการผลิตเจลอาบน้ำที่มีส่วนผสมของไมโครบีดส์ และห้ามให้มีการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในสำนักงานของเราทั่วโลก

เรายังเชื่ออีกว่าการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อสู้กับมลภาวะจากขยะพลาสติก ตั้งแต่ปี 2017 ที่เราได้เริ่มจัดกิจกรรมประจำปีอย่าง Run For the Oceans (RFTO) เพื่อใช้กีฬาเป็นตัวช่วยในการสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาพลาสติก และขับเคลื่อนผู้คนทั่วโลกให้ออกมาลงมือแก้ไขปัญหา ระยะทางทุกกิโลเมตรที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้วิ่งไปจะมีค่าเท่ากับหนึ่งเงินหนึ่งดอลลาร์ สำหรับนำไปบริจาคให้กับโครงการ Parley Ocean School โครงการนี้จะเป็นเหมือนการติดอาวุธให้กับคนรุ่นใหม่ในอนาคต เพื่อต่อสู้ให้มหาสมุทรและโลกกลับมาสะอาดและมีคุณภาพที่ดีกว่าโดยจะถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชนให้มองเห็นความสำคัญของการปกป้องมหาสมุทร ปัญหาขยะพลาสติก และวิธีปฏิบัติที่จะทำให้พวกเขาอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย

parley-xcat-fw19-editorial-the-oceans-death-by-plastic-image-04


อนาคตอยู่ในมือเรา

เพื่อป้องกันไม่ให้หายนะเกิดขึ้นกับโลก เราต้องเลิกการผลิตและการใช้พลาสติกอย่างสิ้นเชิง ขณะที่เราใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และจับจ่ายสินค้าที่ผลิตจากพลาสติกใหม่ เรากำลังจ่ายเงินเพื่อทำลายสิ่งแวดล้อมและบั่นทอนชีวิตของเรา

แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นความท้าทายที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ยังมีวิธีง่าย ๆ ที่เราสามารถช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้อย่างที่เราต้องการ เราสามารถเลือกใช้สินค้าที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลแทนพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ทางที่ดีที่สุดคือการเลิกใช้พลาสติกทุกชนิดในชีวิตประจำวันอย่างสิ้นเชิง เราสามารถช่วยกันเก็บขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายหาด แม่น้ำลำคลอง สวนสาธารณะ และตามท้องถนน เราสามารถสนับสนุนนักการเมือง ภาครัฐ และบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่มีนโยบายการทำงานเกี่ยวกับการเลิกใช้พลาสติกในอนาคต และหลีกเลี่ยงการสนับสนุนผู้ที่ไม่มีนโยบายในด้านนี้ เราสามารถใช้ประโยชน์จากพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือร่วมใจ เพื่อช่วยกันสร้างโลกที่ดีกว่า

วิธีที่กล่าวมาอาจฟังดูเล็กน้อยและไม่สำคัญอะไร แต่หากผู้คนนับล้านร่วมมือกัน ก็สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้ มาช่วยกันผลักดันคนรอบข้างให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ แล้วก้าวเข้าสู่ยุคอวสานของพลาสติกไปพร้อมกัน เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของมหาสมุทร โลกของเรา และมนุษยชาติ

adidas / June 2019