alert-erroralert-infoalert-successalert-warningbroken-imagecheckmarkcontact-emailcontact-phonecustomizationforbiddenlockedpersonalisation-flagpersonalizationrating-activerating-inactivesize-guidetooltipusp-checkmarkIcons/Communication/USP/Cash-deliveryIcons/Communication/USP/Delivery-eveningIcons/Communication/USP/Delivery-same-dayIcons/Communication/USP/Delivery-storeusp-deliveryIcons/Communication/USP/Exchangeusp-free-returnsIcons/Communication/USP/Gift-cardIcons/Communication/USP/KlarnaIcons/Communication/USP/Salearrow-backarrow-downarrow-left-longarrow-leftarrow-right-longarrow-rightarrow-upbag-activebag-inactivecalendar-activecalendar-inactivechatcheckbox-checkmarkcheckmark-fullclipboardclosecross-smalldownloaddropdowneditexpandhamburgerhide-activehide-inactivelocate-targetlockminusnotification-activenotification-inactivepause-shadowpausepin-smallpinplay-shadowplayplusprofilereloadsearchsharewishlist-activewishlist-inactivezoom-outzoomfacebookgoogleinstagram-filledinstagrammessenger-blackmessenger-colorpinterestruntastictwittervkwhatsappyahooyoutube
adidas
adidas / April 2021

สู้กับปัญหามลพิษด้วย 7 พฤติกรรมง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้

พื้นที่ผิวของโลกเรานั้นปกคลุมด้วยมหาสมุทรมากถึง 70% แต่มหาสมุทรกลับเต็มไปด้วยพลาสติกที่ถูกทิ้ง หากเรายังคงเดินบนเส้นทางเดิม ๆ ภายในปี 2050 สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลอาจถูกแทนที่ด้วยพลาสติกจำนวนมหาศาลในที่สุด พลาสติกในมหาสมุทรไม่เพียงแค่ทำลายความงดงามทางธรรมชาติของท้องทะเล แต่ยังคร่าชีวิตสัตว์และสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติทั่วโลก เพราะฉะนั้น เราต้องเริ่มต่อสู้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อยุติปัญหาพลาสติกในท้องทะเลของเรา และคุณสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีเหล่านี้

running-ss21-rfto-launch-appstorypreview-7steps-image1-d


3 สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษพลาสติกในท้องทะเล

มหาสมุทรคือระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดและเต็มไปด้วยชีวิตมากที่สุดของโลก เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายหมื่นชนิด และเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนกว่าครึ่งหนึ่งที่เราหายใจเข้าไป เเต่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ มหาสมุทรของเราเป็นระบบนิเวศที่ถูกคุกคามมากที่สุด ปนเปื้อนมลพิษจากพลาสติก ที่ไม่เพียงทำให้สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลตกอยู่ในอันตราย แต่ยังส่งผลร้ายถึงพวกเราที่อาศัยบนพื้นโลกด้วย นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ในแต่ละปีมีพลาสติกมากกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทร ตัวเลขดังกล่าวเป็นจำนวนที่มากมหาศาลเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ แล้วพลาสติกเหล่านี้มากจากไหนกัน

พลาสติกอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมมีส่วนอย่างมากต่อการสร้างปัญหาพลาสติก นับตั้งแต่พลาสติกถูกคิดค้นขึ้นมา มีการผลิตพลาสติกทั่วโลกไปแล้วกว่า 8 พันล้านตัน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อาดิดาสมองหาวิธีใหม่ ๆ ที่จะลดผลกระทบของพลาสติกในกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ

ไมโครพลาสติก: มลพิษที่น่ากลัวที่สุด มักจะเป็นสิ่งที่พวกเรามองไม่เห็น พลาสติกจะกลายร่างเป็นไมโครพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งไปกองรวมกันอยู่ในมหาสมุทร ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลต่าง ๆ มากมาย ที่ท้ายที่สุดแล้วกลายมาเป็นอาหารที่พวกเรากินเข้าไป นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าเส้นใยไมโครไฟเบอร์ 1.4 พันล้านเส้นจมอยู่ในมหาสมุทร อันเป็นผลจากการซักเสื้อผ้า

พลาสติกจากการบริโภค: นี่คือส่วนที่คุณเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง พลาสติกที่ใช้ในการบริโภคคือพลาสติกที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ ถุงพลาสติก หลอด บรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ถุงพลาสติก 1 ถุง มี “อายุการใช้งาน” เฉลี่ยเพียงแค่ราว 12 นาที และเมื่อถูกทิ้งไปแล้ว ถุงพลาสติกต้องใช้เวลาถึง 1,000 ปีในการย่อยสลาย นอกจากนี้ยังพบว่ามีถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งราว 1 ล้านล้านชิ้นถูกผลิตขึ้นทั่วโลกในทุกปี และมีเพียงไม่ถึง 1% ของพลาสติกเหล่านั้นที่ถูกนำมารีไซเคิล ขณะที่หลายล้านชิ้นจมอยู่ในมหาสมุทร



เหตุใดเราจึงต้องปกป้องมหาสมุทร

ภัยคุกคามจากมลพิษพลาสติกส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่เรียกมหาสมุทรว่าบ้าน
แต่สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลไม่ใช่สิ่งมีชีวิตประเภทเดียวที่ต้องรับชะตากรรมจากมหาสมุทรที่ถูกคุกคามจากมลพิษซึ่งเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ พลาสติกเช่นโพลิสไตรีน (สไตโรโฟม) นั้นจะปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายออกมาสู่มหาสมุทรเมื่อพวกมันแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ นั่นเป็นสาเหตุให้มีการพบปรอทมากขึ้นในอาหารทะเล และนั่นเป็นเพียงหนึ่งในสารพิษอีกหลายชนิดที่พบปนเปื้อนในอาหารทะเลที่เรากินเข้าไป ระดับภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของอาหารยังคงคลุมเครือ แต่เราทราบดีว่าปรอทเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำลายอวัยวะภายในร่างกาย ไปจนถึงปัญหาพัฒนาการของเด็ก

ในงานวิจัยใหม่ ๆ ยังพบว่าพลาสติกในมหาสมุทรมีความเชื่อมโยงต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ขยะที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลายและปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล และก๊าซเหล่านั้นก็มีสารมีเทนและเอทิลีนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำลายชั้นบรรยากาศของโลก
แต่อย่างน้อย เรายังมีวิธีที่เราสามารถทำได้เพื่อที่จะเยียวยามหาสมุทรของเรา เราสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราได้ ซึ่งหากเราทำคนเดียวอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่หากเราทุกคนต่างทำในส่วนของตัวเอง เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

running-ss21-rfto-launch-appstorypreview-7steps-image2-d

ข้อที่ 1: พกถุงที่ใช้ซ้ำได้ติดตัวไว้

ถุงพลาสติกเพียงหนึ่งใบสามารถคร่าชีวิตสัตว์ทะเลได้จำนวนมหาศาล นั่นเป็นเพราะว่าถุง (ที่ผ่านการใช้เพียงเล็กน้อย) เหล่านี้หน้าตาเหมือนอาหารของสัตว์เหล่านั้น เมื่อสัตว์เหล่านั้นกินเข้าไปจึงทำให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้น สิ่งที่สร้างปัญหาหลัก ๆ คือถุงพลาสติกใช้เวลานานมากในการย่อยสลาย ทำให้พลาสติกที่อยู่ในท้องสัตว์ทะเลที่ตายไปแล้วกลับออกมาสู่ท้องทะเลอีกครั้ง และสัตว์ทะเลตัวใหม่ก็กินเข้าไปอีก ดังนั้น อย่าลืมนำถุงที่สามารถใช้ซ้ำได้ติดตัวคุณไปด้วยทุกครั้งที่ออกไปช้อป

ข้อที่ 2: ไม่สนับสนุนการใช้ลูกโป่ง

เราไม่อยากเป็นตัวทำลายความสนุกเท่าไรนัก แต่ลูกโป่งเป็นอีกหนึ่งตัวการที่สร้างความเสียหายและเป็นอันตรายต่อชีวิตสัตว์ใต้ท้องทะเล เมื่อลูกโป่งลอยออกจากมือของคุณไปแล้วจะไปติดอยู่ตามทางน้ำ เราขอแนะนำให้คุณใช้ปิญญาตา (piñata) แทน เพราะปิญญาตาสามารถนำมารีไซเคิลได้ และยังสร้างความสนุกให้คุณได้อีกแบบ

ข้อที่ 3: ลดการใช้บรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์อาหารแบบใช้แล้วทิ้งเปรียบเสมือนอาวุธร้ายในอุตสาหกรรมอาหาร แต่ปัจจุบันเรามีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าแบบที่ไม่อยู่ในบรรจุภัณฑ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเมนูอบ ไปจนถึงสบู่ล้างมือ จากนี้ คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้จากตลาดขายอาหารสดใกล้บ้านหรือร้านค้าที่ประกอบธุรกิจโดยไม่สร้างขยะ ที่เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เพื่อมอบทางเลือกบนพื้นฐานความยั่งยืนให้กับเรา เราขอแนะนำให้คุณลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลในครั้งถัดไปที่ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต

ข้อที่ 4: ช้อปอย่างมีความรับผิดชอบ

แม้ปัจจุบันผู้บริโภคจะหันมาให้ความสนใจและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ก็ยังมีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่ใช้พลาสติกที่ผลิตขึ้นมาใหม่ หรือพลาสติกใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้มาก่อน (virgin plastic) ที่อาดิดาส เราได้ร่วมมือกับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Parley for the Oceans ผลิตรองเท้าและเสื้อผ้าจากวัสดุรีไซเคิล ที่เราพัฒนาจากขยะพลาสติกที่เราเก็บรวบรวมได้จากชุมชนชายฝั่งทะเล

running-ss21-rfto-launch-appstorypreview-7steps-image3-d

ข้อที่ 5: คำนีงถีงอาหารที่คุณกินเข้าไป

ด้วยความที่เม็ดไมโครบีดส์มีขนาดเล็กมาก มันจึงสามารถไหลตามน้ำลงไปสู่มหาสมุทรเพื่อไปเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ง่าย นักวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างศึกษาว่าสิ่งนี้เป็นภัยมากน้อยแค่ไหนต่อมนุษย์ แต่ถ้าคุณชอบทานอาหารทะเลเป็นชีวิตจิตใจแล้วละก็ คุณอาจนำไมโครพลาสติกเป็นพัน ๆ เม็ดเข้าไปในร่างกายโดยไม่รู้ตัวเรื่องนี้ช่างเป็นความจริงที่น่าเศร้า เราได้แต่หวังว่าข้อเท็จจริงนี้คงจะมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้คุณหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไมโครบีดส์ตั้งแต่วันนี้

ข้อที่ 6: B.Y.O.W.B.T. (พกขวดน้ำไปกับคุณทุกที่)

91% ของพลาสติกทั่วโลกไม่ได้ถูกนำมารีไซเคิล และมีการคาดการณ์ว่าการบริโภคน้ำขวดจะเพิ่มถึงครึ่งล้านล้านขวดภายในปี 2021 เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหยุดใช้ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกประเภทนี้แบบทันที และเปลี่ยนมาใช้ขวดอลูมิเนียมหรือขวดน้ำที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้แทน

ข้อที่ 7: ร่วมกิจกรรม RUN FOR THE OCEANS

หากคุณอยากสุขภาพดีและช่วยป้องกันพลาสติกไม่ให้ไปกองรวมกันอยู่ในมหาสมุทรพร้อม ๆ กัน ก็แค่เข้าร่วมกิจกรรม Run For The Oceans ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 – 8 มิถุนายน 2564 กิจกรรมนี้เป็นการเคลื่อนไหวระดับโลก ที่ใช้การออกกำลังกายสร้างความตระหนักต่อปัญหามลพิษพลาสติกในท้องทะเล จนถึงปัจจุบัน มีผู้คนเข้าร่วมกิจกรรม Run for the Oceans กับเราเกือบสามล้านคน และพวกเขาได้ร่วมกันบันทึกระยะทางวิ่งในแอปพลิเคชัน Runtastic เพื่อระดมทุนไปพร้อมกับการสร้างการรับรู้ถึงปัญหามลพิษพลาสติกในทะเล ปีนี้ เราร่วมกับ Parley อีกครั้ง ในความพยายามที่จะใช้การวิ่งช่วยยุติปัญหาขยะพลาสติกและปกป้องท้องทะเลของเรา

adidas / April 2021