Homepage
Your Bag is Empty
Adidas/July 2019

Boost คืออะไร

ตั้งเเต่การเปิดตัวในปี 2013 เทคโนโลยีรองเท้าที่เข้ามาปฏิวัติวงการกีฬาอย่าง Boost ก็ได้กลายเป็นส่วนประกอบหลักของรองเท้าอาดิดาสจนเราแทบจินตนาการไม่ออกว่าถ้าไม่มี Boost แล้วรองเท้าอาดิดาสจะมีหน้าตาอย่างไร Boost คือเทคโนโลยีพื้นชั้นกลางที่สามารถส่งคืนพลังได้อย่างแตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มีการคิดค้นขึ้นก่อนหน้า สามารถเปลี่ยนแรงกระแทกเป็นแรงส่ง เพื่อเติมเต็มพลังให้กับคุณอย่างไม่สิ้นสุดตลอดการวิ่ง และที่สำคัญ ปัจจุบันนี้ Boost ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคอนเซปต์ของเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม

เทคโนโลยี BOOST จากอาดิดาส

การพัฒนา Boost เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างทีมนวัตกรรมของอาดิดาส (AIT) และบริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่แห่งเยอรมนีอย่าง BASF โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเอาคุณสมบัติที่เด่น ๆ ของพื้นรองเท้าที่ตอบสนองได้ดีและพื้นที่มีความนุ่มมารวมไว้ด้วยกัน ซึ่งขณะนั้น โฟม EVA ยังเป็นวัสดุมาตรฐานที่นำมาใช้ในรองเท้าวิ่ง และ Boost ได้เข้ามาเปลี่ยนเปลงมาตรฐานนั้น ด้วยการเปิดตัวพื้นชั้นกลางที่ผลิตจากอนุภาคขนาดเล็กหลายพันชิ้น ซึ่งอนุภาคเหล่านั้นจะทำงานร่วมกันเพื่อกักพลังงานและเปลี่ยนเป็นแรงส่งให้กับผู้สวมใส่ และทำเช่นนี้ซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่เท้าสัมผัสพื้นเพื่อมอบพลังให้นักวิ่งอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยี Boost ถูกนำมาใส่ไว้ในรองเท้าวิ่งอาดิดาสอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2013 เมื่อระยะเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นไอคอนของรองเท้าวิ่ง ขณะที่ปัจจุบัน Boost กลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในโลกกีฬาและวัฒนธรรมสตรีทแวร์


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary1-d



การพัฒนา BOOST

Boost ถูกพัฒนาขึ้นจากอนุภาคเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) ซึ่งถูกขยายออกเพื่อสร้างเซลล์ปิด (closed-cell) รอบช่องอากาศเล็ก ๆ กลายเป็นวัสดุที่มีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า eTPU


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary2-d



คุณสมบัติของ BOOST

นอกจากคุณสมบัติในการคืนพลังแล้ว Boost ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกห้าข้อที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ระหว่างวิ่งของคุณ ข้อแรกคือความสบาย คุณสมบัติในการรับแรงกระแทกของ Boost จะทำให้คุณรู้สึกราวกับวิ่งอยู่บนกลุ่มก้อนเมฆที่มีความทนทานสูง นอกจากนี้ Boost ยังถูกออกแบบมาให้ทนต่ออุณหภูมิที่หลากหลาย ทำให้รองเท้าวิ่งที่มาพร้อมเทคโนโลยี Boost สามารถพาคุณวิ่งท่ามกลางสภาพอากาศได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวันลมแรง หิมะตก แดดจ้า หรือฝนโปรยปราย

คุณสมบัติข้อที่สามและสี่ของ Boost คือความทนทานและความยืดหยุ่น Boost เป็นเทคโนโลยีที่ให้คุณสามารถวิ่งได้ไกลหลายกิโลเมตรโดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง ขณะเดียวกัน Boost ยังมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะพาคุณวิ่งอย่างลื่นไหล ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าวิ่งที่เพซเท่าไร

และเมื่อพูดถึง Boost แล้วจะไม่พูดถึงคุณสมบัติข้อที่ห้า คือ การคืนพลังงาน คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด ประสิทธิภาพของ Boost ในการกักเก็บพลังงานก่อนเปลี่ยนเป็นแรงส่งให้กับนักกีฬา คือสิ่งที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาไปตลอดกาล และถึงแม้จะมีความพยายามพัฒนาเทคโนโลยีที่คล้ายกันขึ้นมา Boost ก็ยังคงเป็นไอคอนอันดับหนึ่งในด้านการคืนพลัง


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary3-d



วิวัฒนาการของ BOOST

นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2013 Boost ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในรองเท้ากีฬา และได้ผลักดันให้เกิดการยกระดับมาตรฐานนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง และด้านล่างนี้คือไทม์ไลน์ที่จะบอกถึงความสำเร็จเพียงบางส่วนของ Boost ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

2013: Energy Boost เปิดตัวในฐานะรองเท้าวิ่งอาดิดาสรุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยีพื้นชั้นกลาง Boost
2014: นักวิ่งชายผู้สร้างสถิติโลกในรายการวิ่งเบอร์ลินมาราธอนสวมรองเท้ารุ่น adiZero adios Boost ลงแข่งขัน
2015: รองเท้าตระกูล Ultraboost ก้าวข้ามจากการเป็นรองเท้าวิ่ง สู่รองเท้าวิ่งยอดนิยมของนักวิ่งสายแฟชัน
2016: Ultraboost X ยกระดับดีไซน์ของรองเท้าวิ่งไปอีกขั้นด้วยอัปเปอร์ที่ออกแบบให้ไม่ต้องมีเชือกผูกรองเท้า และให้ความกระชับและยืดหยุ่นต่างกันในแต่ละจุด
2017: นักวิ่งหญิงผู้สร้างสถิติโลกในรายการวิ่งลอนดอนมาราธอนสวมรองเท้ารุ่น adiZero adios Boost ลงแข่งขัน
2018: Ultraboost x Parley นำขยะรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบในการผลิต มาพร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
2019: Boost ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนประกอบในรองเท้ารุ่น Ultraboost 19 และ Pulseboost HD

จากนี้ เราจะไปดูกันว่า รองเท้าวิ่งที่มาพร้อมเทคโนโลยี Boost รุ่นใดบ้างที่เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับวงการวิ่ง


ADIDAS ENERGY BOOST

เริ่มกันที่รองเท้าวิ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของรองเท้าตระกูล Boost ซึ่งก็คือ adidas Energy Boost นั่นเอง รองเท้ารุ่นนี้มาพร้อมอัปเปอร์ Techfit ที่ใช้โพลียูรีเทนในการผลิตเพื่อให้มีความยืดหยุ่น และเมื่อนำมารวมเข้ากับเทคโนโลยีพื้นชั้นกลาง Boost แล้ว รองเท้า Energy Boost ในดีไซน์ที่ดูไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไร จึงกลายเป็นรองเท้ารุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้น้ำหนักของรองเท้าลดลง ขณะที่ยังอัดแน่นด้วยประสิทธิภาพเช่นเดิม

Energy Boost เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นแรกที่นำ Boost มาสู่ตลาดและทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นกระแสในวลาต่อมา ประสิทธิภาพในการตอบสนองและความนุ่มสบายระดับพรีเมียมจาก Boost คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นยุคใหม่ของรองเท้าวิ่งจากอาดิดาส


ADIDAS SUPERNOVA BOOST

ในปี 2015 อาดิดาสเปิดตัวรองเท้ารุ่น Supernova Boost สำหรับนักวิ่งที่มีปัญหาในเรื่องของเท้าที่บิดออกหรือบิดเข้ามากเกินไป มาพร้อมชิ้นส่วนที่ช่วยรองรับช่วงกลางเท้าซึ่งขยายออกให้ยาวกว่าเดิม และดีไซน์ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารองเท้าที่มีประสิทธิภาพเรื่องความมั่นคงก็สามารถออกแบบให้มีดีไซน์สวยงามทันสมัยได้


ADIDAS ADIZERO ADIOS BOOST

อาดิดาสพัฒนารองเท้ารุ่น adiZero adios Boost ขึ้นมาสำหรับนักวิ่งสายสปีดและสำหรับใช้ลงแข่งโดยเฉพาะ รองเท้ารุ่นนี้มีผลการแข่งขันเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพ โดยนักกีฬาอย่าง Wilson Kipsang และ Mary Keitany สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงวิ่งในรายการนิวยอร์กมาราธอนในปี 2014 และคว้าเหรียญทองมาครองทั้งในประเภทชายและประเภทหญิง รองเท้ารุ่นนี้ยังได้รับคำชื่นชมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก และใน 2017 นักวิ่งอย่าง Mary Keitany ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิ่งมาราธอนหญิงที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกเมื่อรองเท้า adiZero Boost พาเธอเข้าเส้นชัยการแข่งขันลอนดอนมาราธอนด้วยเวลา 2:17:01


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary4-d



ADIDAS SUB2 BOOST

รองเท้าที่เป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ สำหรับการลงแข่งอย่าง Sub2 Boost ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้นักวิ่งทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ Sub2 Boost ถูกพัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากนักกีฬาระดับแถวหน้าที่มีการรวบรวมมาหลายปี โดยมีจุดประสงค์ในการออกแบบว่ารองเท้ารุ่นนี้จะต้องพานักวิ่งมาราธอนเข้าเส้นชัยภายใน 2 ชั่วโมง

รองเท้าวิ่งรุ่น Sub2 Boost มาพร้อมเทคโนโลยีพื้นชั้นกลาง Boost Light ที่มีน้ำหนักเบากว่าพื้น Boost แบบมาตรฐานถึง 100 กรัม และถึงแม้ Sub2 Boost จะมีดีไซน์ที่ปราดเปรียวสวยงาม แต่ถ้าถามเรื่องความสบายและประสิทธิภาพด้านการส่งคืนพลังแล้ว เรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีตัวช่วยอย่าง Boost นั่นเอง


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary5-d



ADIDAS ULTRABOOST

การมาถึงของ adidas Ultraboost คือก้าวที่ยิ่งใหญ่ในวิวัฒนาการของ Boost รองเท้าตระกูล Ultraboost เริ่มออกสู่ตลาดในปี 2015 โดยอาดิดาสได้นำเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว ARAMIS ที่นาซาใช้ทดสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างกระสวยอวกาศมาใช้วิเคราะห์การเคลื่อนไหว ARAMIS ช่วยให้ทีมนวัตกรรมของอาดิดาสสามารถดูกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของเท้าขณะวิ่งด้วยความละเอียดที่ลึกมากกว่าระดับไมโครเมตร ซึ่งการการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวนี้คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบอัปเปอร์ไพร์มนิต (Primeknit) ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของรองเท้าตระกูล Ultraboost ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีเคจร้อยเชือกผูกรองเท้าที่ออกแบบให้แยกออกจากกัน รวมถึงพื้น Boost แบบเต็มแผ่น รองรับตั้งแต่ปลายเท้าถึงส้นเท้า

และหลังจากผลิต Ultraboost สีพิเศษออกมาจำหน่ายในจำนวนจำกัด (รุ่นสีขาวล้วนและรุ่นสะท้อนแสงที่ Kanye West สวมระหว่างขึ้นทำการแสดงในงานมอบรางวัล Billboard Music Awards เมื่อปี 2015) adidas Ultraboost ก็ได้กลายเป็นรองเท้าวิ่งรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมทั้งในโลกกีฬาและโลกแห่งแฟชัน ปัจจุบัน อาดิดาสได้ปล่อยรองเท้าตระกูล Ultraboost รุ่นพิเศษออกมาหลายรุ่น รวมถึง รุ่น Game of Thrones และ Consortium

ช้อป ULTRABOOST


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary6-d



ADIDAS ULTRABOOST X

เพื่อตอบสนองความต้องการรองเท้าวิ่งสำหรับผู้หญิงที่สูงขึ้นทั่วโลก อาดิดาสได้นำรองเท้ารุ่น Ultraboost มาปรับโฉมเป็นรองเท้าวิ่งที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะในชื่อ Ultraboost X โดยนำไพร์มนิตมาถักทอเป็นหน้าผ้าแบบไร้เชือก ออกแบบพื้นที่ใต้ฝ่าเท้าให้โค้งเว้ากระชับกับอุ้งเท้า ส่งผลให้ให้ Ultraboost X กลายเป็นอีกหนึ่งไอคอนจากตระกูล Ultraboost ที่ได้รับความนิยมในทันที Ultraboost X มาพร้อมแถบยางยืดอีลาสติกขนาดใหญ่ที่จะช่วยเพิ่มความกระชับตามรูปเท้าที่เปลี่ยนไปในแต่ละย่างก้าว และดีไซน์ที่จะเพิ่มความโดดเด่นให้กับสาว ๆ

ช้อป ULTRABOOST X


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary7-d


ADIDAS SOLARBOOST

Solarboost ได้แรงบันดาลใจจากวิศวกรรมการบินและอวกาศ เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2018 เป็นรองเท้าที่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ การซัพพอร์ต และความสบาย และหลังจากเข้าสู่ตลาดไม่นาน Solarboost ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นรองเท้าที่ให้การซัพพอร์ตดีที่สุดอีกรุ่นหนี่งของแบรนด์ แนวคิดในการอกแบบรองเท้ารุ่นนี้คือการให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพเป็นอันดับแรก และการเปลี่ยนเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นเทคโนโลยีที่ผู้คนเข้าถึงได้ Solarboost มาพร้อมเทคโนโลยี Boost โครงสร้างส่วนส้นเท้าได้รับการออกแบบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น ส่วนอัปเปอร์ถักทอโดยใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Tailored Fibre Placement (TFP)

ช้อป SOLARBOOST


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary8-d


ADIDAS ULTRABOOST 19

เพื่อยกระดับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น อาดิดาสได้เชิญนักวิ่ง 4,000 คนมาช่วยกันสร้างสรรค์รองเท้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่อย่าง Ultraboost 19 ซึ่งทีมผู้ออกแบบได้ลดส่วนประกอบของรองเท้ารุ่นก่อนหน้าที่มีถึง 17 ชิ้น ให้เหลือเพียง 4 ชิ้นหลัก ๆ ในรุ่น Ultraboost 19 ได้แก่ พื้นชั้นกลาง Boost ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น อัปเปอร์ Primeknit 360 เทคโนโลยี Torsion Spring ใหม่ และเกราะหุ้มส้นเท้าแบบสามมิติ ส่วนประกอบแต่ะละชิ้นได้รับการปรับปรุงเพื่อให้รองเท้ามีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการวิ่งทุกรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเเคปซูล Boost ขึ้นมาอีก 20% มาพร้อมอัปเปอร์แบบไร้ตะเข็บที่ออกแบบให้มีความกระชับเหมือนสวมใส่ถุงเท้า และทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบที่ทำให้ Ultraboost 19 เป็นรองเท้าวิ่งที่ตอบสนองได้ดีที่สุดจากอาดิดาส

ช้อป ULTRABOOST 19


running-fw19-pb-educate-site-story-secondary9-d


ADIDAS PULSEBOOST HD

นี่คือรองเท้าวิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งในเมืองอย่างแท้จริง ในปี 2019 นี้ Pulseboost HD ได้ออกมาโลดเล่นบนท้องถนนพร้อมกับเทคโนโลยีพื้นชั้นกลางใหม่ที่เรียกว่า Boost HD ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความมั่นคงเป็นพิเศษเมื่อวิ่งในเมืองซึ่งนักวิ่งต้องพบเจอกับสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลาย มาพร้อมพื้นชั้นล่าง Adaptive Traxion ที่ทำให้ Pulseboost HD ยึดเกาะพื้นผิวทุกสภาพได้อย่างดีเยี่ยม และนี่คือมาตรฐานใหม่สำหรับนักวิ่งที่มองหาความสบายและการตอบสนองอันเยี่ยมยอดจาก Boost พร้อมกับความมั่นคงที่จะพาคุณวิ่งบนท้องถนนในเมืองอย่างคล่องแคล่ว Pulseboost HD จะพาคุณออกตะลุยทุกเส้นทาง ทุกสภาพพื้นผิว และทุกสภาพอากาศ

ช้อป PULSEBOOST HD

Tags
runningadidas